เราทุกคนคงมีมโนภาพ(วาดภาพ)เกี่ยวกับพระเจ้าในใจของเรา บางคนเห็นว่า พระองค์ทรงเป็นคนแก่ใจดีหนวดยาวสีขาว ที่มักจะมองข้ามความผิดพลาด อีกบางคนเห็นว่า พระองค์ทรงเป็นตำรวจยศสูงอยู่บนสวรรค์ และอีกบางคนเห็นว่า พระองค์ทรงเป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ซึ่งไม่มีใครเข้าใจได้ ในที่สุดพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถตรัสถ้อยคำที่ถูกต้องเกี่ยวกับพระองค์เอง พระเจ้าได้อธิบายถึงการเปิดเผยพระลักษณะของพระองค์เองในพระคัมภีร์ดังตัวอย่างต่อไปนี้

Lektion3 Wasserhahnพระเจ้ายิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะเข้าใจได้

พระเจ้าทรงมีลักษณะหลายอย่าง ซึ่งพวกเราไม่สามารถเข้าใจได้ ผู้ทรงกระทำการใหญ่เหลือที่จะหยั่งรู้ได้ และการอัศจรรย์อย่างนับไม่ถ้วน (โยบ 5.9)  พระเจ้าทรงอยู่นอกเหนือสิ่งที่เราสำรวจได้ โดยเหตุผลและการพินิจพิจรณาของมนุษย์ก็ไม่สามารถหยั่งลึกได้ แต่นั่นก็ไม่ควรทำให้เรารู้สึกพิศวงงงงวย เพราะว่า ถ้าเราจะเข้าใจพระเจ้าได้อย่างครบถ้วน บริบูรณ์ พระเจ้าก็ไม่ใช่พระเจ้า องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์นั้น เราจะค้นพบพระองค์ไม่ได้ พระองค์ใหญ่ยิ่งในเรื่องฤทธานุภาพ ความยุติธรรมและความชอบธรรมอันมากยิ่งพระองค์จะไม่ทรงฝ่าฝืน เพราะฉะนั้นมนุษย์จึงยำเกรงพระองค์ พระองค์ไม่ทรงนับถือผู้ใดที่ถือตัวว่ามีปัญญา (โยบ 37.23-24)

พระเจ้าทรงเป็นบุคคล

พระเจ้าไม่ใช่สิ่งของ พระกำลัง หรือความคิดเท่านั้น ทั้งการคิดการรู้สึกการต้องการและการกระทำของพระองค์แสดงว่า พระองค์ทรงเป็นบุคคลที่มีชีวิต แต่พระองค์ไม่ใช่เพียงผู้ที่อยู่เบื้องบน หรือพระองค์น่ารัก หรือไม่ก็เป็นคล้ายซุปเปอร์แมน แต่พระเยโฮวาห์เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์และเป็นพระมหากษัตริย์เนืองนิตย์ (เยเรมีย์ 10.10)

พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่ตลอดเป็นนิตย์

พระเจ้าไม่มีจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุด ในพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ก่อนที่ภูเขาทั้งหลายเกิดขึ้นมา ก่อนที่พระองค์ทรงให้กำเนิดแผ่นดินโลกและพิภพ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล (สดุดี 90.2)  พระเจ้าเป็นอยู่ทุกยุคทุกสมัย ไม่มีปรากฏว่า พระเจ้าไม่อยู่ในยุคใดๆ พระเจ้าเองทรงตรัสเกี่ยวกับพระองค์ว่า เราเป็นอัลฟา (เบื้องต้น) และโอเมกา (เบื้องปลาย) ผู้ดำรงอยู่ในปัจจุบันและดำรงอยู่ในอดีตและจะเสด็จมาเราคือองค์ทรงฤทธิ์ (วิวรณ์ 1.8)  พระองค์ทรงเหมือนเดิมเสมอ พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลาวานนี้ และเวลาวันนี้ และต่อๆ ไปเป็นนิจกาล (ฮีบรู 13.8)  พระเจ้าทรงเป็นมาอย่างไร พระองค์คงเป็นอย่างนั้นอยู่ และจะทรงเป็นอย่างนั้นตลอดต่อไป

พระเจ้าไม่ต้องพึ่งใครเลย

ทุกสิ่งมีชีวิต ต้องพึ่งพาอาศัยสิ่งมีชีวิตอย่างอื่นๆ สิ่งแวดล้อม และพระเจ้า แต่พระเจ้าไม่ต้องพึ่งสิ่งใดๆ ที่พระองค์สร้าง พระองค์มิจำต้องให้มือมนุษย์มาปรนนิบัติ ดังว่ามีความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจ และสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างหาก (กิจการ 17.25)

Lektion3 Waageพระเจ้าทรงยุติธรรม

พระคัมภีร์สอนว่า พระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งความยุติธรรม ผู้ที่คอยท่าพระองค์จะได้รับพระพร (อิสยาห์ 30.18)  พระเจ้าไม่ใช่ทรงเป็นเพียงแต่พระผู้สร้างและผู้ดูแลรักษา แต่ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้พิพากษาอีกด้วย ความชอบธรรมและความยุติธรรมเป็นรากฐานแห่งบัลลังก์ของพระองค์ (สดุดี 97.2)  พระองค์ทรงให้บำเหน็จและลงโทษนิรันดรด้วยความยุติธรรมที่สมบูรณ์และถอนไม่ได้

พระเจ้าทรงบริสุทธิ์

ผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ตระการในความบริสุทธิ์ ทรงเกียรติบารมีน่าครั่นคร้าม ผู้ทรงกระทำการมหัศจรรย์ (อพยพ 15.11)  ความบริสุทธิ์ของพระเจ้าไม่มีที่เปรียบเทียบ ไม่มีผู้ใดบริสุทธิ์ดังพระเจ้า ไม่มีผู้ใดนอกเหนือพระเจ้า ไม่มีศิลาใดเหมือนพระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย (1 ซามูเอล 2.2)  พระเจ้าปราศจากความผิดพลาดและความอ่อนแอ พระเจ้าผู้บริสุทธิ์นั้นทรงเรียกร้องให้เราบริสุทธิ์เช่นกัน คำเรียกร้องของพระองค์ได้ปรากฏในพระธรรมคัมภีร์อย่างต่อไปนี้ว่า ท่านทั้งหลายจงเป็นคนบริสุทธิ์ เพราะเราบริสุทธิ์ (1 เปโตร 1.16)

พระเจ้าทรงรอบรู้

ความรู้ของพระเจ้าครบบริบูรณ์ ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซ่อนไว้พ้นพระเนตรพระองค์ แต่ตรงข้ามทุกสิ่งปรากฏแจ้งต่อพระองค์ผู้ซึ่งเราต้องสัมพันธ์ด้วย (ฮีบรู 4.13)  พระเจ้าทรงรู้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอดีตปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งความคิดคำพูดและการกระทำของเรา สติปัญญาของพระองค์เผงและเกินกว่าความเข้าใจของมนุษย์ พระปัญญาและความรอบรู้ของพระเจ้านั้น ล้ำลึกเท่าใด ข้อตัดสินของพระองค์นั้นเหลือที่จะหยั่งรู้ได้ และทางของพระองค์ก็เหลือที่จะสืบเสาะได้ (โรม 11.33)

พระเจ้าทรงมีฤทธิ์อานุภาพทั้งสิ้น

เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของมวลมนุษยชาติมีสิ่งใดยากเกินไปสำหรับเราหรือ (เยเรมีย์ 32.27)  ไม่ใช่หมาบความว่า พระเจ้าทรงทำทุกอย่าง เช่น พระองค์ไม่เคยมุสาหรือไม่ซื่อตรงเลย ไม่เคยผิดพลาดหรือกระทำผิดบาป และพระองค์ปฏิเสธพระองค์เองไม่ได้ แต่พระเจ้าทรงทำทุกอย่างที่สอดคล้องกับลักษณะของพระองค์

พระเจ้าทรงเป็นความรัก

แน่นอนนี่เป็นสิ่งที่ดีงามและสำคัญที่สุด เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น 3.16)  โดยพระบุตร(พระเยซูคริสต์)ที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดา(พระเจ้า) พระองค์ประทานชีวิตของพระองค์เพื่อเรา ไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะยิ่งใหญ่กว่าการสละชีวิตเพื่อคนอื่น เพราะนี่เป็นการแสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นความรักในเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ความรักในเชิงทฤษฎี

ท่านสามารถดาวน์โหลดทั้ง 12 บทเรียน ในฟอรแม็ต PDF โดยปราสจากค่าใช้จ่าย

Cookies make it easier for us to provide you with our services. With the usage of our services you permit us to use cookies.
Ok